Welcome

รวมอาหารสุขภาพ แก้ไข้หวัด หายปลิดทิ้ง

รวมอาหารสุขภาพ แก้ไข้หวัด หายปลิดทิ้ง พออากาศเปลี่ยน อุณหภูมิร่างกายก็เปลี่ยน แล้วยิ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ทันตั้งตัวแล้ว อาการหวัดและไข้หวัดก็จะถามหาเอาได้ ซึ่งการรักษาโรคหวัดทีดี คือ นอกจากทานยาแล้ว ยังต้องดูแลตนเองให้ถูกสุขลักษณะ เลือกอาหารที่มีสารอาหาร ในการป้องกันหวัดช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน ดังนี้ค่ะ

1. ซุบไก่ร้อน ๆ

การนั่งซดบะหมี่ ก๋วยเตี๋ยวร้อน ๆ ก็ดี แต่ถ้าจะให้ดี ต้มรวมกับน่องไก่และผัก กลายเป็นซุปไก่ร้อน ๆ ด้วยเลยจะเวิร์กมาก เพราะงานวิจัยจาก University of Nebraska ย้ำว่า ซุปไก่นั้นมีสารอาหารที่ช่วยยับยั้งอาการอักเสบ ทำให้อาการไข้หวัดดีขึ้น ส่วนคนที่ไม่ได้ป่วยไข้ก็สามารถกินซุปไก่ เพื่อช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้เแข็งแรง

ตามรายงานวิจัยพบว่าซุปไก่มีฤทธิ์ยับยั้งการเคลื่อนที่ของเม็ดเลือดขาวชนิด ที่เรียกว่า นิวโทรฟิลด์ ไปยังเนื้อเยื่อปอด ทำให้ลดกระบวนการอักเสบในปอด และลดอาการไอได้ โดยตำรับซุปไก่ที่ใช้ศึกษาประกอบด้วย ไก่ มะเขือเทศ หอมหัวใหญ่ มันฝรั่ง ก้านขึ้นฉ่าย ผักชี แครอท หัวผักกาด เกลือ และพริกไทย นอกจากนั้นซุปไก่ที่รวมถึง ต้มยำไก่ แกงไก่ ยังมีสมุนไพรที่ช่วยต้านหวัดรวมอยู่อีกหลายชนิด

2. อาหารรสเผ็ด

อาหารที่ช่วยให้จมูกโล่ง หายคัดจมูก ก็คือ อาหารรสเผ็ดร้อนที่มีพริกเป็นส่วนประกอบ ไม่ว่าจะเป็น พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า พริกแห้ง รวมไปถึงพริกไทย และสมุนไพรรสเผ็ดร้อนอื่น ๆ
เราสามารถกินเผ็ดอย่างเอร็ดอร่อยและหลากหลายในอาหารหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น พริกขี้หนูในต้มยำ พริกชี้ฟ้าในผัดเผ็ด พริกไทยในแกงเลียง พริกแห้งในลาบ หรืออาหารที่มีส่วนผสมของสมุนไพรรสเผ็ดร้อนต่าง ๆ เช่น ขิง กะเพรา โหระพา เป็นต้น

3. ดื่มนมเติมวิตามินดี

แต่ถ้าท้องของเราไม่ถูกกับนม กินทีไรท้องเสียทุกที ก็ให้มองหาอาหารที่มีวิตามินดีสูง เช่น ซีเรียล มากินสู้หวัดดู เพราะการศึกษาของ Massachusetts General Hospital เขาพบว่า คนที่มีระดับวิตามินดีในร่างกายน้อยจะป่วยเป็นหวัด มากกว่าคนที่ทานอาหารที่มีวิตามินดีมาก สมทบด้วยงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Loyola ที่เผยด้วยว่า การรับประทานอาหารที่มีวิตามินดีสูงจะช่วยบูทอารมณ์ให้สดชื่นขึ้นในช่วงอากาศหนาว ๆ ที่แสนจะรู้สึกเฉื่อยชาอยากนอนเสียเหลือเกินด้วย

4. กระเทียม

กระเทียม นั้นเป็นยาดีช่วยลดอาการหวัดได้ จากการวิจัย พบว่า กำมะถันในกระเทียม มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อไวรัส และแบคทีเรีย ในหวัดได้โดยตรง เมื่อเกิดอาการหวัดให้นำกระเทียม มาหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ หรือทุบให้แตก เติมน้ำร้อนลงไป ปิดฝาทิ้งไว้ 5 นาที แล้วดื่มวันละ 2 ถ้วย ต่อเนื่องกัน 3 – 5 วันจะช่วยให้อาการหวัดดีขึ้น

อีกสูตรคือ เมื่อมีอาการหวัด ให้นำกระเทียม 1 กลีบเล็กมาหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วใช้ช้อนบี้ให้แตก เติมน้ำร้อนลงไป 1 ถ้วย ปิดฝาทิ้งไว้ 5 นาที จากนั้นเติมน้ำผึ้ง และมะนาวเล็กน้อย ดื่มวันละ 2 ถ้วย จะช่วยบรรเทาอาการได้ เมื่อหายแล้วให้ดื่มต่ออีกสัก 3 วัน วันละ 1 ถ้วย หรือถ้าติดใจจะดื่มเป็นประจำก็ได้ เพราะกระเทียมจะช่วยป้องกันและรักษาไข้หวัดได้อย่างดี

หลายคนอาจจะไม่ชอบกลิ่นฉุน ๆ ของกระเทียม แต่ถ้าเป็นหวัดบ่อย ๆ ก็ควรจะต้องฝืนกินสักหน่อยล่ะค่ะ เพราะการกินกระเทียมสดเป็นประจำจะช่วยปกป้องเราจากโรคหวัด เนื่องจากในกระเทียมมีสารอัลลิซิน (Allicin) ซึ่งเป็นสารมหัศจรรย์ฆ่าเชื้อหวัด แถมยังช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ด้วย

4. ดื่มน้ำมาก ๆ

ผู้ป่วยควรดื่มน้ำมาก ๆ เวลาที่เป็นหวัด แต่ไม่ควรดื่มน้ำเย็นซึ่งจะทำให้เจ็บคอและไอมากขึ้น ควรจิบน้ำอุ่นหรือน้ำสมุนไพรอุ่น ๆ ตลอดเวลา เช่น น้ำตะไคร้ น้ำมะตูม น้ำใบเตย น้ำเก๊กฮวย จะช่วยให้ชุ่มคอ บรรเทาอาการไอ และละลายเสมหะ

การจิบน้ำอุ่นบ่อย ๆ ร่วมกับการรักษาความสะอาดภายในช่องปาก จะช่วยให้อาการเจ็บคอทุเลาและฟื้นตัวได้เร็วขึ้นด้วย

5. อย่ามองข้ามผักผลไม้ดี ๆ

อาหารที่มีวิตามินเอสูง นอกจากจะช่วยปกป้องดวงตาของเราแล้ว ยังช่วยรักษาโรคหวัดได้อีกด้วยนะ เพราะอาหารที่มีวิตามินเอจะช่วยรักษาระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง ถ้าป่วยเป็นหวัดแล้ว ก็จะไปช่วยต่อสู้กับเชื้อหวัด ทำให้หายป่วยเร็วขึ้น เพราะฉะนั้นรีบหาแครอท ผักโขม ผักใบเขียว ฟักทองมาทานด่วน ๆ

6. ผลไม้ตระกูลส้ม

ผลไม้ตระกูลส้มนั้นจะมีวิตามินซีสูง โดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่หรืออยู่ในแวดวงคนสูบบุหรี่ บุหรี่เพิ่มความเสี่ยงการเป็นหวัดและทำให้ร่างกายต้องการวิตามินซีสูงขึ้น

วิตามินซีป้องกันหวัดได้ ถ้ารู้ตัวว่าร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ติดหวัด เป็นหวัดง่าย ก็ต้องกินผักและผลไม้ให้วิตามินซีมากๆ เช่น ส้ม มะละกอสุก มะม่วง ฝรั่ง สับปะรด ส้มโอ ชมพู่ พุทรา มะขาม แตงโม ฯลฯ

7. บลูเบอร์รีแก้คัดจมูก

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ พบว่า ผลไม้ลูกกลม ๆ สีม่วง ๆ อย่าง “บลูเบอร์รี” นั้น มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าผลไม้สด ๆ หลายชนิด และช่วยปราบอาการคัดจมูกที่เกิดจากอากาศเย็นได้เริ่ดมาก ๆ อาจจะเลือกทานแบบสด ๆ ในช่วงที่คุณเป็นหวัด หรือจะผสมลงในชามซีเรียล หรือถ้วยโยเกิร์ตกินด้วยกันให้อร่อยแบบคูณสองก็ได้ เพราะทั้งในซีเรียลและโยเกิร์ตก็มีวิตามินดีสูงด้วยล่ะ จำได้ไหมเอ่ย…วิตามินดีก็ช่วยป้องกันโรคหวัดนะ

8. ขิง

ขิงช่วยขับเหงื่อ มีฤทธิ์ แก้หวัด เย็น (หวัดเย็น คือรู้สึกหนาว มีไข้ต่ำ ไม่ค่อยมีเหงื่อออก มีเสมหะมักเหลวใส) และยังช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง ท้องอืด และข้ออักเสบได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจอีกด้วย

ช่วงฝนพรำ สภาพอากาศเปลี่ยนและชื้น ๆ เมื่อเริ่มจะรู้สึกเซื่อง ๆ เฉื่อยชา หนาว ๆ มีน้ำมูกใสไหลจี๊ด ๆ หรือเริ่มมีเสมหะ ก็อย่าได้ชะล่าใจ ขอให้รีบต้มน้ำขิงดื่มเลย

9. น้ำผักผลไม้สด

ผักผลไม้ในกลุ่มที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ เช่น เบตาแคโรทีน (วิตามินเอ) วิตามินซี วิตามินอี จะช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย ป้องกันการติดเชื้อ ผักและผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น แครอท ผักใบเขียวจัด ส้ม ฝรั่ง องุ่น แคนตาลูป มะละกอสุก เป็นต้น สามารถเลือกตามที่ชอบและนำมาปั่นทานกันได้เลย เน้นว่าควรเป็นผักและผลไม้สด เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระกันแบบเต็ม ๆ หรือถ้าไม่อยากเสียเวลาปั่น ก็ทานผลไม้สด ๆ ก็ได้

10. เติมโอเมก้า-3 จากเนื้อปลา

เว็บไซต์ health เขาแนะนำให้คนที่เป็นหวัดทานอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 ให้มาก ๆ ซึ่งหาได้จากปลาแซลมอน ปลาทูน่า เพราะกรดไขมันโอเมก้า-3 จะช่วยลดอาการอักเสบในร่างกาย แถมยังปกป้องภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ต่อสู้กับโรคร้ายให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพด้วย

11. ชาเปปเปอร์มินต์ขจัดเสมหะ

ถ้ารู้สึกหายใจติด ๆ ขัด ๆ เหมือนมีน้ำมูกคั่ง มีเสมหะติดคอ ลองหาชาเปปเปอร์มินต์มาชงดื่มดูหน่อยไหมจ๊ะ จิบบ่อย ๆ วันละ 3 เวลา จะช่วยละลายเสมหะที่แสนอึดอัดในลำคอ และปราบอาการไอค่อกไอแค่กที่น่ารำคาญให้หายเป็นปลิดทิ้ง

12. จิบชาเขียวชงน้ำเย็น

รู้กันอยู่แล้วว่า ชาเขียวเปี่ยมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนท์ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน จึงสู้กับอาการป่วยได้ดี แต่ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้น ชาเขียวนั้นต้องชงกับน้ำเย็นแทนการชงกับน้ำร้อน ๆ จ้า เพราะการศึกษาจากต่างประเทศเขาแนะนำมาค่ะว่า การชงชาเขียวกับน้ำเย็น จะทำให้สารแอนตี้ออกซิแดนท์ในชาเขียวเหลืออยู่มากกว่าชาเขียวที่ชงกับน้ำเดือด โดยอาจจะใส่ใบชาเขียวเพิ่มลงไป 2 เท่าของการชงชาร้อนก็ได้ แต่ไม่ควรชงกับน้ำร้อนแล้วมาทำให้เย็นนะจ๊ะ เพราะสารแอนตี้ออกซิแดนท์ก็หายไปกับน้ำร้อนอยู่ดี ถูกป่ะ

13. โยเกิร์ต

มีการศึกษาพบว่า โยเกิร์ตช่วยเพิ่มการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว และช่วยเพิ่มการสร้างสารแอนติบอดีบางชนิดได้

การศึกษากับอาสาสมัครทั้งคนหนุ่มและคนสูงอายุ พบว่าการรับประทานโยเกิร์ตทุกวันเป็นเวลา 1 ปี ช่วยลดอาการจากหวัดและภูมิแพ้ ผู้ป่วยหายเร็วขึ้น และร้อยละ 25 เป็นหวัดน้อยลง เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับประทาน