Welcome

‘อากาศพิษ’คร่าชีวิตด.ญ.อังกฤษ เป็นรายแรกของโลก!

ผลการชันสูตรศพเด็กหญิงวัย 9 ปี ในสหราชอาณาจักร ปรากฏว่าเธอเสียชีวิตเพราะ “มลพิษทางอากาศ” ถือเป็นครั้งแรกของโลก ที่มีการสรุปสาเหตุการเสียชีวิตของบุคคลหนึ่งในชั้นศาล ว่าเกี่ยวข้องโดยตรงกับปัญหาสิ่งแวดล้อมเรื้อรัง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ว่าศาลไต่สวนชันสูตรพลิกศพ ของเขตเซาธ์วาร์ค ในกรุงลอนดอน เปิดเผยผลการชันสูตรศพ ด.ญ.เอลลา คิสซี-เดบราห์ ซึ่งเสียชีวิต เมื่อปี 2556 ขณะมีอายุเพียง 9 ปี ปรากฏว่า เด็กหญิงเสียชีวิตด้วยโรคหอบหืด และอาการแทรกซ้อนอื่นที่มีต่อระบบหายใจ อันเนื่องมาจาก “มลพิษทางอากาศในระดับรุนแรง”
 
ทั้งนี้ ย้อนกลับไปประมาณ 3 ปีก่อนเสียชีวิต เอลลาต้องเข้าโรงพยาบาลมากถึง 27 ครั้ง เพื่อรับการรักษาอาการป่วย ที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ ขณะที่ผลการสำรวจสภาพแวดล้อมที่เด็กหญิงอยู่อาศัย พบว่าบ้านของเธอตั้งอยู่ใกล้กับถนนเซาธ์ เซอร์คิวลาร์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงลอนดอน ซึ่งมีระดับไนโตรเจนไดออกไซด์ ( เอ็นโอทู ) สูงเกินมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) และสหภาพยุโรป ( อียู ) ตลอดจนกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมของสหราชอาณาจักรเอง

นายฟิลิป บาร์โรว หนึ่งในเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพของเอลลา ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่สามารถลดระดับมลพิษทางอากาศในบริเวณนั้นได้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของเด็กหญิง ซึ่งสูดดมก๊าซพิษเข้าไปเป็นปริมาณมาก ระหว่างปี 2553 ถึง 2556 สะสมจนเกิดอาการป่วย
 
ขณะเดียวกัน ครอบครัวของเธอยังขาดความรู้และความเข้าใจต่อการป้องกันตัวเองจากมลพิษทางอากาศ และการดูแลร่างกายเมื่อเกิดโรคหอบหืด ซึ่งหากมีการเผยแพร่และรณรงค์ให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างเพียงพอ เอลลาอาจไม่เสียชีวิตก่อนถึงวัยอันควร
 
ด้านนางโรซามุนด์ คิสซี-เดบราห์ มารดาของเอลลา กล่าวว่าเธอยินดีที่การเสียชีวิตของบุตรสาว “ได้รับความกระจ่างอย่างยุติธรรม” จนถึงตอนนี้ เธอไม่ต้องการให้สังคมกล่าวโทษกันและกัน แต่ควรร่วมมือกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่นายซาดิค ข่าน นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน ยกย่องมารดาของเอลลาที่ต่อสู้เพื่อบุตรสาวมาตลอด และกล่าวถึงคำวินิจฉัยของศาลว่า “เป็นประวัติศาสตร์” โดยจะเป็นกรณีศึกษาครั้งสำคัญให้กับทุกภาคส่วน ในการแก้ไขวิกฤติสิ่งแวดล้อมต่อไป